Massage Details
 
 
 อะไรคือ Chelation Therapy (คีเลชั่น บำบัด) ?

มันคืออะไร? ใครอยากรู้เข้ามาดู คีเลชั่น คือ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนักเช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือ แม้แต่แคลเซี่ยมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ ตามผนังหลอดเลือดของเรา เพื่อขจัดออก จากระบบปัสสาวะ ระยะเวลาในการให้น้ำเกลือแต่ละครั้ง ประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง ระหว่างที่ให้น้ำเกลือสามารถ พักผ่อน ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตาม ปกติธรรมดา ภายหลังจากการเสร็จการรักษาสามารถ ประกอบกิจกรรมได้ตามปกติไม่จำเป็นต้องนอนพัก

คือการวางแนวทางการรักษา เพื่อต้านความชราร่วงโรย และความเสื่อมของร่างกาย ด้วยกระบวนการนำสารพิษโลหะหนักออกจากร่างกาย เพื่อปรับสมดุล และช่วยให้ร่างกายปลอดจากพิษของโลหะหนักต่างๆเหล่านั้น

 
 
 คีเลชั่นทำงานอย่างไร ?

EDTA จะไปจับกับโลหะหนัก เช่น เหล็ก และ แคลเซี่ยม ซึ่งสะสมพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดให้ไหลเวียนออกมาในกระแสเลือด รวมไปถึงโลหะหนักเป็นพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกายด้วย นอกจากนี้ วิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระในขนาดที่เรียกว่า Megadose (ขนาดมากพอที่จะส่งผลในการรักษา) ก็จะไปรักษาหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดดีขึ้น เส้นเลือดจะไม่ตีบตัน

EDTA เป็นกรดอะมิโนที่ค้นพบเมื่อปี 1930 โดยชาวเยอรมัน Franz Munz ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนสำหรับเป็นยารักษาภาวะโลหะหนักสะสมในร่างกาย ต่อมาในราวปี 1950 แพทย์สังเกตุพบว่า ผู้ป่วยที่มารักษาภาวะพิษตะกั่วในโลหะด้วย EDTA และมีโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันอยู่ด้วย กลับมีอาการของโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันดีขึ้น จึงนำมาสู่การศึกษากว้างขวางและในที่สุด ได้มีการใช้ EDTA Chelation เพื่อการรักษาความผิดปกติของผนังหลอดเลือดด้วย นอกเหนือจากพิษโลหะและพิษสะสม

 ทำคีเลชั่นอย่างไร ?

ขั้นตอนการบำบัดด้วยคีเลชั่น ประกอบด้วย
1. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและซักถามประวัติอย่างละเอียด เพื่อวางแนวทางการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะเป็นรายบุคคล
2. ทำการตรวจ Lab พื้นฐาน เพื่อหาปัจจัยเสี่งต่างๆ
3. ทำการตรวจ Live Blood Analysis เพื่อตรวจเช็คภาวะของเลือดขณะที่เซลล์ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถประเมินภาวะของร่างกายได้หลากหลาย และครอบคลุมในหลายๆ โรค
4. ทำการคีเลชั่นบำบัด ตามสูตรยาที่เหมาะสม กับผู้เข้ารับการบำบัดในแต่ละราย
5. นัดติดตามผล เป็นระยะ ซึ่งระยะเวลาขึ้นกับลักษณะของโรคแต่ละชนิด



 ใช้เวลาทำคีเลชั่นแต่ละครั้งนานเท่าใด ?

การทำคีเลชั่นบำบัดในแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชม. เท่านั้น

 ต้องพักฟื้นหรือไม่ ?

หลังการทำคีเลชั่นบำบัด คนไข้สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น

 หลังทำคีเลชั่นต้องปฎิบัติตัวอย่างไรบ้าง?

คนไข้ควรยึดหลักการปฏิบัติพื้นฐาน ดังนี้
1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ ปรุงใหม่ หลีกเลี่ยงการเจือสี กลิ่น รส ที่สังเคราะห์ขึ้น
2. ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ
3. พักผ่อนให้เพียงพอ
4. หลีกเลี่ยงภาวะเครียด
5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
6. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และบุหรี่

  ผลหลังการบำบัดด้วยคีเลชั่น จะเป็นอย่างไร ?

หลังจากการคีเลชั่นบำบัดตามโปรแกรมที่วางไว้ ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต พบว่า ปัญหาของโรคต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และ สามารถกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด แม้อายุจริงจะเพิ่มขึ้น แต่ยังรู้สึกมีเรี่ยวแรง แจ่มใส และมีความสุข แม้ว่าเวลาจะผ่านไปก็ตาม



 ประโยชน์ที่ได้รับ

1. ขจัดสารพิษตกข้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด
2. ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
3. ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
4. ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตีบแคบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด
5. ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนที่ไม่ดี

 ล้างพิษด้วย Chelation Therapy ดีอย่างไร ?

โลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ ทั้ง น้ำ และอากาศ ดิน อาหาร ทุกอย่างล้วนมี โอกาสที่จะปนเปื้อนสารพิษ โลหะหนักได้ สารพิษโลหะหนักพบได้ในวัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง ยารักษาโรค อาหารที่ผ่านกระบวนการ ต่าง ๆ แหล่งเชื้อเพลิงผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมถึงมนุษย์ ก่อให้เกิดความผิดปกติ ในการแบ่งตัวของเซลล์ทำให้ความสามารถในการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายน้อยลง ส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

 คีเลชั่นเหมาะกับใคร

• ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟันด้วยโลหะ อมัลกัม มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress (ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯ
• ผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสมและปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย
• ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการ เช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯ
• ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น
• ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือด ตีบตัน รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัวและ ต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต
• ผู้ที่ไปทำบอลลูนเส้นเลือด,ใส่ขดลวด,ทำบายพาส มาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เร็ว ๆ นี้ การทำคีเลชั่น จะลดปัญหาเหล่านั้นได้

 คีเลชั่นช่วยในภาวะไหนบ้าง จากการศึกษาวิจัย

• ลดอัตราการเกิดมะเร็งลงได้ 90% (Blumer&Reich 1980)
• รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ผล 87-89% (Chappell and Stahl 1993) รักษาโรคการไหลเวียนเลือดส่วนปลายอุดตันได้ผล 91% โดยได้ทำการวิเคราะห์จากงานวิจัย 19 ชิ้นรวมเป็นจำนวนผู้ป่วยในการวิจัย 22,675 คน
• ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง โรคปวดข้อรูมาตอยด์ มีอาการดีขึ้น (Boyle&Clarke)
• ความดันดีขึ้น เบาหวานดีขึ้น โรคไตดีขึ้น อาการอ่อนเพลียดีขึ้น ไขมันในเลือดลดลง (McDonagh, Rudolph, and Cheraskin)
• Hancke and Flytlie 1993 สรุปผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เส้นเลือดอุดตันที่หมอนัดทำ bypass และนัดตัดขาทิ้ง แล้วมาทำคีเลชั่น จำนวน 92 ราย ยกเลิกการผ่าตัดไปได้มากถึง 89%
• พบว่าคีเลชั่น ทำให้มวลกระดูกหนาขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่แคลเซี่ยมออกมาในกระแสเลือด จึงไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนพาราทัยรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ดึงแคลเซี่ยมที่อยู่ในกระแสเลือดให้เข้าไปสร้างกระดูก

 ข้อควรทราบเมื่อต้องการทำ คีเลชั่น

• ควรตรวจร่างกายเพื่อประเมินปัญหาที่เป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจประสิทธิภาพการทำงานของไต ก่อนเข้ารับบริการ
• ระหว่างการรักษา ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำผลไม้ เพราะระหว่างการทำอาจ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามิน แร่ธาตุ พอเพียงต่อการเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย

 ผลข้างเคียงจากการทำคีเลชั่น

Chelation ระยะแรกบางท่านอาจมีอาการอ่อนเพลีย อันเนื่องจากกระบวนการขับสารพิษออกจากร่างกาย อาการที่เกิดขึ้น แก้ได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำผลไม้และรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามความ ต้องการของร่างกาย

 ความจริงที่หมอไม่ได้บอกคุณ (จากวารสารการแพทย์ JAMA ปี 1998)

การผ่าตัดทำบายพาส มีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ หนึ่งต่อยี่สิบห้าราย หากรอดชีวิตจากการผ่าตัด จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรง หนึ่งในห้าราย มูลค่าการผ่าตัดบายพาสต่อปีในสหรัฐอเมริกา คือ สองแสนล้านบาทต่อปี การทำบอลลูน หรือ ใส่ขดลวด ส่วนใหญ่จะเกิดการอุดตันใหม่ภายใน 2-5 ปี การทำบายพาส หากเป็นเส้นเลือดดำที่ขา จะอุดตันใหม่ภายใน 8-10 ปี หากเป็นเส้นเลือดเทียม จะเกิดการอุดตันใหม่เร็วกว่าคือ ภายใน 6-8 ปี ดังนั้น คีเลชั่น จึงเป็น conflict of interest อย่างแรงกับการทำผ่าตัดเกี่ยวกับหลอดเลือด

ข้อควรระวัง ผู้ที่เป็นโรคไต ไม่ควรทำเนื่องจากไตต้องทำงานอย่างหนัก

Program for Chelation Price (Baht)
   
1 time 3000
1 course (10 times) 25000
Natural Supplyment 1 bottle 700


<< Previous page


Go to top
   
Copy right 2011 Dabonair. All rights reserved.
Site design by Kritanong M.